"วัว" อีกหนึ่งศัตรูตัวร้ายของสวนยางพารา

หลังจากฝนตกลงมาหลายห่า ต้นยางพาราที่ได้ลงมือปลูกไว้ก็พากันแตกยอดแตกฉัตรใหม่กันอย่างถ้วนหน้า เป็นสัญญาณบ่งบอกได้ดีว่าต้นยางของเราปลูกติดเป็นที่แน่นอนแล้ว :-)



แต่เหมือนสวรรค์กั่นแกล้ง ผ่านไปไม่กี่อาทิตย์ ยอดอ่อนของต้นยางพาราหลายต้นกลับกุดด้วนเหมือนโดนตัวอะไรกัดแทะเล็ม แน่นอนที่สุด จากรอยเท้าที่ฝากทิ้งไว้บนพื้นดินบริเวณใกล้ๆ กับต้นยางที่ถูกเล็มยอด เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก "วัว" นี่เอง



ไม่รู้ว่าวัวของใครแอบเข้ามากัดกินยอดอ่อนของต้นยางพาราในสวนยางไปหลายต้นเลยทีเดียว บางต้นถึงกับขาดด้วนไปทั้งยอดหมดหนทางเยียวยา บางต้นพอเหลือตอไว้ให้ลุ้นว่าจะแตกยอดออกมาอีกหรือเปล่า แต่ส่วนใหญ่ไม่น่าจะรอดแล้วทั้งนั้น



"วัวหายล้อมคอก" จะว่างั้นก็คงได้ เพราะคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะมีตัวอะไรที่กินยอดของต้นยางพาราได้จึงไม่ได้คิดเตรียมการป้องกัน จนในที่สุดก็ต้องกันไว้ดีกว่า ถ้าไม่อย่างนั้นอาจจะต้องเสียต้นยางไปทั้งสวนก็เป็นได้



เห้อ ! ตังค์อีกแล้ว....
ในที่สุดก็จ้างคนมาล้อมรั้วลวดหนามรอบสวนหมดไปไม่ใช่น้อย นี่จะเป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตนรึเปล่าก็ไม่รู้ เพราะใครๆ ก็บอกว่าปลูกยางพาราไม่ต้องลงทุนมาก การบริหารจัดการก็ง่ายกว่าปลูกพืชอย่างอื่น ปลูกทิ้งปลูกขว้างก็ยังได้กรีดกันนักต่อนัก แต่นี่ตั้งแต่เริ่มปลูกมาถึงตอนนี้เริ่มจะมีต้นทุนบานปลายขึ้นเรื่อยๆ
แต่ก็เอาน่า .... สักวันมันจะตอบแทนคืนให้เราอย่างคุ้มค่าอย่างแน่นอน (ปลอบใจตัวเองไปก่อน :-p )

ในที่สุดก็ได้ลงมือปลูกยางพารา

22 กรกฎาคม 2554
ได้ฤกษ์ลงกล้ายางพาราซะที

หลังจากที่รอแล้วรออีก ว่าทาง สกย. จะแจกกล้ายางพันธุ์ดีให้พวกเรามาปลูก แต่ก็เจอโรคเลื่อนครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งในที่สุดทาง สกย. ยกเลิกการแจกกล้ายาง เนื่องจากราคากล้ายางแพงขึ้นหลายเท่าตัว โดยทาง สกย. ตั้งราคากล้ายางที่จะซื้อมาแจกไว้ที่กล้าละ 18 บาท แต่ราคาขายตามท้องตลาด ณ ปัจจุบันเขาขายกันที่กล้าละ 50 - 60 บาท ดังนั้นจึงไม่มีใครเสนอขายกล้ายางให้กับทาง สกย. เลยแม้แต่รายเดียว (เป็นผมก็คงไม่ขายให้)
ทาง สกย. จึงเปลี่ยนแผนใหม่ให้พวกเราไปหาซื้อกล้ายางพารากันเอง แล้วทาง สกย. จะช่วยค่ากล้ายางพารา กล้าละ 18 บาท โดยที่เราต้องรับภาระราคากล้ายางส่วนที่เหลือเอง โดยคำณวนให้ในอัตรา 76 ต้นต่อไร่ (ปลูกระยะห่าง 3x7 เมตร) ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้สนใจปลูกยางพาราหลายรายที่มาเข้าร่วมโครงการรุ่นเดียวกันกับผม ตัดสินใจยังไม่ปลูกยางในปีนี้ เพื่อรอดูราคากล้ายางในปีหน้าอีกครั้งหนึ่ง



แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ผมเองซึ่งได้ลงทุนปรับพื้นที่เตรียมไว้ก่อนแล้ว และไม่อยากเสียเวลารออีกปีหรือสองปีซึ่งจะทำให้ระยะเวลาในการเปิดกรีดช้าเข้าไปอีก จึงตัดใจหาซื้อกล้ายางพารามาปลูกในปีนี้ทันที
ผมได้ตระเวนดูกล้ายางจากหลายๆที่ ทั้งในเชียงใหม่ เชียงราย แต่ในที่สุดก็ได้กล้ายางพาราที่อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ซึ่งคิดว่าคุณภาพกับราคาไปกันได้และผมรับได้



ผมได้กล้ายางหนึ่งฉัตร พันธุ์ RRIM600 มาในราคากล้าละ 55 บาท ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ทางสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางแนะนำสำหรับพื้นที่ปลูกยางใหม่ในภาคเหนือ ซึ่งเหมาะกับการปลูกในพื้นที่ค่อนข้างแล้ง (แต่เท่าที่สังเกตุกล้าต้นยางพาราที่ได้มา น่าจะมีพันธุ์ RRIT251 ปนมาบ้างหลายต้นเหมือนกัน)



ขุดหลุมขนาด 50x50x50 ซม. (กว้าง ยาว ลึก) แล้วรองพื้นด้วยหินฟอสเฟต ผสมกับขี้วัว และฟูราดารกันปลวกและแมลง โชคดีที่บริเวณใกล้ๆกับสวนยางพาราของผม ชาวบ้านแถวนี้ทำฟาร์มโคนมกันหลายราย จึงมีขี้วัวใส่กระสอบขายกันเยอะมากทีเดียวและราคาก็ไม่แพงด้วย แถวดอยหล่อขายกันอยู่ที่กระสอบละ 50 บาทและมีขายทั้งปี



เสร็จแล้วก็ลงมือปลูกยางพารากันเลย
จริงๆแล้วสำหรับดินทรายแถวๆนี้ ส่วนตัวผมเองคิดว่าขุดหลุม 50x50 ค่อนข้างที่จะกว้างเกินไป เพิ่งมารู้ตัวก็ตอนปลูกแล้วต้องกลบหลุมนี่แหล่ะ เหนื่อยมาก ซึ่งตอนขุดได้จ้างชาวบ้านแถวนี้ขุดหลุมให้ แต่เนื่องจากชาวบ้านแถวนี้ไม่เคยปลูกยางมาก่อน จึงไม่กล้าจ้างเขาปลูกเพราะกลัวจะมือหนักทำดินถุงชำแตก ทำให้กล้ายางเสียหาย (กล้ายางแพงด้วยปีนี้) เลยต้องลงมือปลูกเองกับคนในครอบครัวสองสามคน ตอนจ้างเขาขุดหลุมอยากได้กว้างๆ เพราะกลัวจะไม่ถึง 50x50 ซม. ตามที่ได้ไปอบรมมา แต่พอถึงเวลาปลูกและกลบหลุมถึงได้รู้ว่า มันกว้างเกินไปมั้ย ซึ่งหากเป็นดินเหนียวหรือดินลูกรังที่แข็งๆ การขุดหลุมกว้างๆ น่าจะช่วยในการแตกรากของต้นยางได้ดี แต่แถวนี้เป็นทรายอยู่แล้วจึงคิดว่าเรื่องแตกรากคงไม่น่าจะยากเย็นอะไรนัก จะกลัวก็แต่สารอาหารในดินมีน้อยเท่านั้นเอง


หลังจากก้มๆ เงยๆ อยู่กับหลุมปลูกยาพารามาหลายวัน ในที่สุดก็ปลูกครบทั้งหมดซะที เล่นเอาปวดขาปวดหลังกันไปหลายวันเลยทีเดียว



ตอน วางแนวปลูกเราได้ใช้ไม้ไผ่ผ่าซีกที่ทางใต้เรียกไม้ชะมบ ปักเป็นแนวสำหรับขุดหลุมเอาไว้ เมื่อปลูกเสร็จก็เอาไม้อันนี้แหล่ะปักเป็นไม้หลักและผูกต้นกล้ายางพาราไว้ สำหรับช่วยพยุงลำต้นยางพารา ไม่ให้ล้มและตั้งตรง



และแล้วยอดฉัตรใหม่ก็งอกขึ้นมา




โตวันโตคืนนะต้นยางจ๋า :-)


ไถพรวน ดึงเชือกวางแนว ขุดหลุมปลูกยางพารา

7 กรกฎาคม 2554
อบรมการทำสวนยาง กับ สกย.

หลังจากไปลงชื่อรับการช่วยเหลือและการฝึกอบรมจากกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง หรือ สกย. ไปตั้งแต่เมื่อช่วงต้นปี 2554 ในที่สุดทาง สกย. ก็ได้แจ้งให้ไปรับการอบรมฝึกปฏิบัติที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งทางกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง จะให้การช่วยเหลือด้านข้อมูล แนะนำ และช่วยเหลือด้านพันธุ์ยาง และปุ๋ยสำหรับใส่สวนยางเป็นเวลาสามปี โดยให้เกษตรกรผู้ทำสวนยางรายใหม่ที่ไม่เคยมีสวนยางมาก่อนสามารถขอรับการส่งเสริมช่วยเหลือได้ไม่เกิน 15 ไร่ต่อราย






เตรียมพื้นที่สวนปลูกยางพารา

ตัดสินใจปลูกยางพาราในเขตพื้นที่ใหม่

ปีที่ผ่านมายางพาราราคาสูง ประกอบกับทางรัฐได้ส่งเสริมให้มีการทำสวนยางในพื้นที่ปลูกยางใหม่ ทั้งทางภาคอีสาน และทางภาคเหนือ ซึ่งปัจจุบันสามารถส่งออกยางพาราไปยังประเทศมหาอำนาจใหม่ทางเศรษฐกิจอย่างประเทศจีน ได้โดยใช้เส้นทางจังหวัดเชียงราย ทั้งทางแม่น้ำโขง และทางถนนสายใหม่เส้น R3A ที่ตัดผ่านอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ทำให้ยางพาราในเขตภาคเหนือได้รับความนิยมขยายพื้นที่ปลูกกันอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

บังเอิญที่บ้านนอกมีที่ดินว่างที่ไม่ได้ทำประโยชน์อยู่ และราคาที่ดินแถวนั้นไม่แพงมาก จึงได้ตัดสินใจร่วมโครงการกับ สกย. เอาที่ดินที่มีอยู่แล้ว และซื้อที่ดินใกล้เคียงเพิ่มอีกนิดหน่อย ปรับพื้นที่เพื่อปลูกยางพารา เผื่ออนาคตอีก 5-6 ปีอาจจะได้เป็นเศรษฐีสวนยางกับเขาบ้าง 555 !

เริ่มต้นครั้งแรกกับพื้นที่ในเขตอำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 15 ไร่ (ดอยหล่ออยู่ระหว่างอำเภอสันป่าตอง ก่อนถึงอำเภอจอมทอง ไม่ใช่ดอยเต่านะครับ ^ ^' )

ทาง สกย. จะให้ความช่วยเหลือด้านข้อมูล การอบรมฝึกปฏิบัติ และช่วยสมทบค่ากล้ายางพารา และปุ๋ยยางพารา เป็นเวลา 3 ปี แต่ไม่เกิน 15 ไร่ /ราย

จริงๆแล้วพื้นที่บริเวณนี้เป็นเขตอับฝน คนแถวนี้จะปลูกลำไย และทำฟาร์มโคนมกันเป็นส่วนมาก ห่างออกไปสี่ห้ากิโลเมตรเห็นมีคนปลูกยางพาราอยู่แล้วสองสามแปลง แต่แถวๆที่ผมปลูกนี้คิดว่าคงเป็นรุ่นบุกเบิกก็ว่าได้ เหมือนเป็นหนูลองยา จะดีจะร้ายยังไม่รู้แน่ชัดนัก คงต้องลุ้นติดตามผลอีกนานหลายปีอยู่เหมือนกัน พื้นที่ 15 ไร่อาจจะไม่มากมายอะไรนัก แต่เผื่อดีเผื่อร้ายเกิดดินไม่เหมาะสม อากาศไม่เป็นใจ ปลูกยางพาราไม่ได้ผลยังไงอย่างน้อยก็เจ็บตัวลงทุนไปไม่มาก แต่ถ้ายางพาราสามารถทนดิน ทนแล้งแถวนี้ได้ผลดี ก็คิดว่าน่าจะพอสำหรับเก็บผลผลิตน้ำยางพาราไว้เป็นรายได้เสริมในอนาคต

4 มิถุนายน 2554
แผ้วถางตัดต้นไม้ และปรับพื้นที่
เริ่มต้นด้วยการตัดต้นไม้ และไถปรับพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นต้นมะม่วงและต้นไม้ป่าอยู่บ้างประปราย







สภาพดินที่นี่เป็นดินทราย ค่อนข้างแห้งแล้ง ที่ดินแถบนี้เป็นเขตอับฝนของเชียงใหม่
ปริมาณน้ำฝนต่อปีน้อยมาก ตอนปรับที่เตรียมปลูกยางพารา ตอนนั้นเป็นฤดูฝน แต่ก็ไม่ค่อยมีฝนตกที่นี่สักเท่าไหร่ บางวันเมฆฝนมืดครึ้มอยู่บนหัว ดูเหมือนฝนจะตก แต่สักพักก็มีลมพัดมาแรงๆ พัดเอาก้อนเมฆไปตกแถวสันป่าตองเสียหมด แถวนี้ไม่ตกสักเม็ดเป็นอย่างนี้อยู่บ่อยๆ แต่ก็ยังดีที่บริเวณนี้มีการเจาะน้ำบาดาลไว้แล้วบ้าง ซึ่งคิดว่าพอเพียงสำหรับระบบน้ำให้กับสวนยางพาราได้

ปุ๋ยและการดูแลรักษายางพารา

การใส่ปุ๋ยและการดูแลรักษาต้นยางพารา

การให้ปุ๋ยก่อนเปิดกรีด
  • ให้ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 20-8-20 สำหรับยางพาราในแหล่งปลูกยางเดิมในภาคใต้และภาคตะวันออก และใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 20-10-12 สำหรับยางพาราในแหล่งปลูกยางใหม่ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
  • ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยมูลสัตว์ในอัตรา 2 กิโลกรัมต่อต้น
  • ให้ทำการกำจัดวัชพืชก่อนใส่ปุ๋ยทุกครั้ง เพื่อไม่ให้วัชพืชแย่งธาตุอาหารจากปุ๋ย
  • หากเป็นพื้นที่ลาดเท น้ำไหลผ่านควรใส่ปุ๋ยโดยวิธีการขุดหลุมฝัง
  • ไม่ควรใส่ปุ๋ยในฤดูแล้งหรือมีฝนตกชุกติดต่อกันหลายวันเพราะจะทำให้ต้นยางช็อกปุ๋ย หรือรากเน่าได้
การให้ปุ๋ยหลังเปิดกรีด
  • ควรใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ของดิน สำหรับคำแนะนำทั่วไป คือ ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 30-5-18 อัตรา 1 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี แบ่งใส่ 2 ครั้ง ในช่วงต้นฤดูฝน และปลายฤดูฝน
  • ใส่ปุ๋ยโดยวิธีหว่านหรือโรยเป็นแถบบริเวณระหว่างแถวแล้วกลบ

การปลูกยางพารา

ขั้นตอนการปลูกยางพารา

 การวางแนว ควรวางแนวแถวยางพาราให้ขวางทางน้ำไหลเพื่อไม่ให้น้ำฝนชะล้างหน้าดิน เกิดการชะล้างเอาปุ๋ยไปจากแถวยางพารา และทำให้สะดวกในการเดินกรีดยางและเก็บน้ำยางอีกด้วย

ใช้ไม้ชะมบปักเป็นแนวและจุดที่จะขุดหลุมปลูกยางพารา โดยให้มีระยะห่างที่เหมาะสม ในพื้นที่ปลูกยางใหม่เขตภาคเหนือและภาคอีสาน ควรเว้นระยะห่างระหว่างแถวอย่างน้อย 7 เมตร และระยะห่างระหว่างต้นอย่างน้อย 3 เมตร (3x7) ซึ่งทำให้มีปริมาณต้นยางประมาณ 76 ต้นต่อไร่

การวางแนวควรทำให้ได้องศา เรียงกันอย่างสวยงาม เพื่อสะดวกต่อการจัดการดูแลและกรีดยางในอนาคต
หากเป็นพื้นที่ลาดชันควรทำเป็นพื้นที่ปลูกแบบขั้นบันได

ขุดหลุมเตรียมปลูกยางพารา
ขุดหลุมให้มีขนาด กว้างคูณยาวคูณลึก 50x50x50 เซนติเมตร แยกดินส่วนบนกับดินส่วนล่างเอาไว้
ให้ดินที่ขุดขึ้นมาและหลุมที่ขุดได้ผึ่งแดดประมาณหนึ่งอาทิตย์ แล้วจึงนำดินที่แยกไว้เอาดินด้านบนใส่ก้นหลุมแล้วเอาดินด้านล่างผสมกับปุ๋ยมูลสัตว์และหินฟอสเฟสใส่ด้านบน

กรีดถุงชำยางพาราให้ขาดออก ตัดปลายถุงและดินด้านล่างออกประมาณ 1-2 เซ็นติเมตรเพื่อตัดรากฝอยที่ขดงออยู่ก้นถุงออก ระวังอย่าให้ดินในถุงชำแตก

วางกล้ายางทั้งถุงชำลงไปในหลุมปลูก กลบดินให้พอแน่นแล้วจึงดึงถุงชำออก กลบดินให้เต็มหลุมพูนขึ้นมานึดหน่อยป้องกันน้ำขัง

มัดต้นยางกับไม้ชะมบเพื่อกันลม และให้ต้นตั้งตรง

การปลูกด้วยยางชำถุงให้เปอร์เซ็นต์การรอดสูง และสะดวกกว่าวิธีอื่น ควรปลูกยางพาราในช่วงต้นฤดูฝน เพื่อให้ต้นยางได้รับน้ำฝนในปริมาณที่เพียงพอ ก่อนเข้าสู่หน้าแล้ง

การเตรียมพื้นที่ปลูกยาง

การเตรียมพื้นที่สำหรับปลูกยาง

ต้องทำการปรับพื้นที่สำหรับปลูกยางพารา โดยทำการตัดโค่นต้นไม้ในบริเวณพื้นที่และไถพรวนเอารากไม้และเศษไม้ออกให้หมด เว้นแต่เป็นการปลูกแซมสวนต้นไม้ผลไม้เดิมที่ต้องทำการไถพรวนปรับพื้นที่เฉพาะบริเวณช่องว่างระหว่างต้นไม้เดิม

เก็บเศษไม้ ตอไม้ และวัชพืชต่างๆออกให้หมด หากเป็นพื้นที่ราบควรปรับพื้นที่ให้เรียบเสมอกัน เพื่อความสะดวกในการเข้าดูแลสวนยาง และการกรีดยางเก็บน้ำยางพาราในอนาคต

หากมีงบประมาณ ควรล้อมรั้วทำแนวเขตแดน ปลูกต้นไม้ทำแนวกันลม เช่นต้นไผ่ หรือต้นกฐินยักษ์ หรือไม้โตเร็วไว้รอบแนวเขต